สรุปเทคนิคเพิ่มยอดจองที่พัก Airbnb จากหนังสือ Make Money on Airbnb

สำหรับโฮสต์มือใหม่ที่เริ่มต้นปล่อยเช่าที่พักบน Airbnb ในปีนี้ คุณอาจจะกังวลเกี่ยวกับยอดจองที่พักที่อาจไม่ได้ปังอย่างที่คิด อย่างไรก็ตามคุณไม่ต้องตกใจกับเรื่องนี้ เพราะเรามีแนวทางที่น่าสนใจมาเป็นตัวช่วยให้คุณเพิ่มยอดการจองในบทความนี้ครับ

แนวทางต่อไปนี้ ผมสรุปข้อมูลมาจากหนังสือ Make Money On Airbnb: How To Quickly And Easily Earn $2,500 A Month From Your Home ของ Sally Miller ผสมกับข้อมูลของผมเองบางส่วน เพื่อเป็นแนวทางในการวิเคราะห์เพื่อหาสาเหตุ และนำไปปรับปรุงเพื่อให้ที่พักของคุณสามารถดึงดูดลูกค้าได้ เราเริ่มด้วยด้วยคำถาม 3 ข้อต่อไปนี้

  1. ที่พักของคุณอยู่อันดับที่เท่าไหร่ในผลการค้นหาของ Airbnb
  2. ที่พักของคุณมียอดวิวเท่าไร
  3. จำนวนข้อซักถาม และคำของจองที่พักของคุณมีมากน้อยเพียงใด

คำถามข้อ 1: ที่พักของคุณอยู่อันดับที่เท่าไหร่ในผลการค้นหาของ Airbnb

หลายคนอาจสงสัยว่าลำดับที่พักมันสำคัญกับยอดจองที่พักอย่างไร ขอตอบว่าสำคัญมาก คล้ายกับการทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับหน้าแรก ๆ ของ Google เพื่อเพิ่มโอกาสในการที่ลูกค้าเข้าถึงเว็บไซต์เราได้มากขึ้น

ที่พักบน Airbnb ก็เช่นเดียวกันครับ หลายคนอาจจะลงที่พักเสร็จแล้วไม่เคยวกกลับมาสำรวจเลยว่าที่พักของเรานั้นอยู่ลำดับที่เท่าไหร่ในผลการค้นหาที่พักของ Airbnb แม้ว่า Airbnb จะดันที่พักใหม่ให้อยู่อันดับต้น ๆ ก็ตาม แต่เรื่องนี้เราก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะมันเป็นการเพิ่มโอกาสในการที่ลูกค้าจะเห็น และจองที่พักของเราครับ

การจะดูว่าที่พักของเราอยู่ลำดับที่เท่าไหร่ไม่ยากครับ ให้คุณไปหน้าแรกของเว็บไซต์ Airbnb จากนั้นลองค้นหาที่พักของคุณดู เช่น ที่พักของผมอยู่ในจังหวัดสุรินทร์ ผมใช้คำค้น “Surin Thailand”

สรุปเทคนิคเพิ่มยอดจองที่พัก Airbnb จากหนังสือ Make Money on Airbnb

ตำแหน่งที่พักของผมปรากฏอยู่ในลำดับที่ 2 ในหน้านี้จะเห็นว่าที่พักหลายแห่งที่ยังไม่มีคนจองจะถูก Airbnb ดันให้มาอยู่หน้าแรก รวมถึงที่พักใหม่ด้วย นอกจากนี้เรายังสามารถ Scope ผลการค้นหาให้เจาะจงลงไปได้อีกตามพฤติกรรมของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เช่น นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเป็นคู่มักเจาะจงการเลือกที่พักประเภท “Private Room” มีห้องน้ำในตัว และรองรับผู้เข้าพักได้ 2 คน

หลังจากกรอกคำค้นหาที่พักเสร็จ ให้เลื่อนลงเพื่อหาดูว่าที่พักของคุณปรากฏในตำแหน่งใด อยู่หน้าที่เท่าไหร่ ถ้าเกิดที่พักของคุณไม่ติดอันดับใน 2 – 3 หน้าแรก แสดงว่ามีปัญหาแล้ว นี่คือเหตุผลหลักว่าทำไมคุณถึงมียอดคำของจองไม่เยอะ นั่นเพราะว่าที่ลูกค้าของคุณค้นหาที่พักของคุณไม่เจอนั่นเอง

อัลกอริทึมการจัดลำดับที่พักของ Airbnb มีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา และทาง Airbnb ก็ไม่ได้เปิดเผยให้เราทราบว่าแท้จริงแล้วมันทำงานอย่างไร ใช้ปัจจัยอะไรบ้างเป็นตัวจัดลำดับ ดังนั้นจึงยากที่เราจะรู้วิธีที่ Airbnb ใช้คำนวณและจัดอันดับที่พักของเรา

อย่างไรก็จากประสบการณ์ที่ Sally ประสบมา ประกอบกับข้อมูลบางอย่างที่ Airbnb เผยแพร่ออกมา มีอยู่ 4 ประเด็นที่โฮสต์ Airbnb ควรให้ความสนใจ ถ้าคุณต้องการปรับปรุงให้ที่พักของคุณไปอยู่อันดับที่ดีขึ้น

1. การตอบกลับคำขอจองและข้อซักถามจากแขก

Airbnb จะกำหนดระยะเวลาให้คุณต้องตอบกลับคำขอต่าง ๆ ภายใน 24 ชม. เทคนิคของ Sally คือ ถ้าเป็นไปได้เธอจะรีบตอบกลับภายในเวลา 1 ชม. เพราะลูกค้าต้องการความรวดเร็วในการตัดสินใจ และถ้าเป็นไปได้เธอจะหลีกเลี่ยงการปฏิเสธคำขอจองของลูกค้า และไม่เคยยกเลิกการจองถ้าไม่มีเหตุสุดวิสัยจริง ๆ นอกจากนี้ Sally ยังแนะนำให้ลองเปิดฟีเจอร์จองทันที หรือ Instant Booking ก็เป็นอีกตัวช่วยหนึ่ง ที่ทำให้ที่พักของคุณอยู่ในตำแหน่งการค้นหาที่ดีขึ้นได้

2. หน้าตาที่พักของคุณ

Sally แนะนำให้ใช้รูปถ่ายที่พักที่มีคุณภาพ และให้เขียนบอกเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับไฮไลท์ที่พักของคุณว่า ทำไมแขกในอุดมคติของคุณจึงควรเลือกที่พักของคุณในการพักผ่อน นอกจากนี้ควรเขียนบรรยายเกี่ยวกับตัวคุณ และทำการยืนยันบัญชีผู้ใช้ของคุณด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ และสิ่งที่สำคัญ คือ การได้รับรีวิวในเชิงบวกจากผู้เข้าพัก

3. ใช้เครือข่ายที่คุณมี

อีกหนึ่งทิปที่น่าสนใจ คือ หากคุณมีเพื่อนบน Facebook จำนวนมาก ให้ลองยืนยันบัญชี Facebook บน Airbnb ซึ่ง Airbnb จะไฮไลท์ที่พักของคุณ แก่นักท่องเที่ยวที่เป็นเพื่อนของเพื่อนคุณอีกที นอกจากนี้คุณอาจลองโปรโมทที่พักของคุณ โดยการแชร์ลิงค์ที่พักของคุณไปบน Social Media และลองให้เพื่อนของคุณช่วยแชร์อีกที

4. การหมั่นเข้าเว็บ Airbnb

Sally แนะนำว่าควรเข้าเว็บ Airbnb อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง และอัพเดทปฏิทินที่พักอยู่เสมอ การทำแบบนี้เป็นสัญญาณเตือนให้ Airbnb ทราบว่าคุณคือ Active User และผู้ใช้ที่หมั่นเข้าไปปรับปรุงที่พักให้ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอ

แน่นอนว่าการกระทำต่าง ๆ เพื่อให้อันดับที่พักดีขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา บางครั้งคุณจำเป็นต้องตอบรับการจองมากขึ้น และได้รับรีวิวเชิงบวกมากขึ้น แต่ถ้าคุณส่งมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับแขกของคุณ และปฏิบัติตามข้อแนะนำเหล่านี้ ความพยายามของคุณย่อมส่งผลในไม่ช้าอย่างแน่นอน

คำถามข้อ 2: ที่พักของคุณมียอดวิวเท่าไร

ถ้าที่พักของคุณอยู่ในลำดับต้น ๆ ของผลการค้นหา สิ่งที่ควรทำต่อมา คือ ดูจำนวนยอดวิวที่คุณได้รับ ตัวเลขยอดวิว คือ จำนวนผู้ใช้ที่กดเข้ามาดูรายละเอียดที่พักของคุณจากหน้าค้นหา มันแสดงให้เห็นว่าข้อมูลที่พักอย่างย่อของคุณนั้นดึงดูดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้มากน้อยเพียงใด

คุณสามารถดูยอดวิวของที่พักได้จากหน้า Dashboard โดยการเลือกเมนู “Dashboard” จากเมนูหลักด้านบนเว็บไซต์ Airbnb จากนั้นเลือกหัวข้อ “Progress” และดูที่หัวข้อ “Views” Airbnb จะแสดงจำนวนยอดวิวที่พักในช่วง 30 วันที่ผ่านมาให้เราทราบ ซึ่งในกราฟด้านล่างจะแสดงให้เห็น Trend หรือแนวโน้มการเข้าชมที่พัก ตรงนี้เป็นประโยชน์อย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีการปรับปรุงข้อมูลที่พักในวันเสาร์ ให้ดูว่าจำนวนยอดววิวในวันถัดไป คือ วันอาทิตย์ วันจันทร์ และวันอื่น ๆ มียอดวิวเปลี่ยนแปลงหรือไม่

สรุปเทคนิคเพิ่มยอดจองที่พัก Airbnb จากหนังสือ Make Money on Airbnb

แน่นอนว่ามีหลายปัจจัยที่สามารถส่งผลต่อข้อมูลส่วนนี้ได้ การเพิ่มขึ้นของยอดวิวอาจไม่ได้มาจากการปรับปรุงข้อมูลที่พักเสมอไป แต่อาจเกิดขึ้นจากการมีอีเว้นท์ใหญ่จัดขึ้นบริเวณที่พักของคุณ กรณีนี้ทำให้ที่พักในละแวกนั้นอาจมียอดวิวเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดแบบชั่วคราวก็เป็นได้ แต่ถ้าคุณมีประสบการณ์ในการตรวจสอบยอดวิว คุณก็จะมีไอเดียว่าอะไรที่มันเวิร์กและไม่เวิร์ก

ถ้าคุณมียอดวิวไม่เยอะ มันเกิดจากผู้คนไม่คลิกเข้ามาดูที่พักของคุณจากหน้าค้นหา แนวทางต่อไปนี้คือสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อเพิ่มยอดวิวให้กับที่พัก

1. ปรับราคาที่พัก: ถ้าคุณไม่ได้ยอดวิวมากพอ ให้พิจารณปรับลดราคาที่พักต่อคืนลงมา โดยพยายามตั้งราคาที่สามารถแข่งขันได้ ไม่จำเป็นต้องตั้งราคาที่ต่ำที่สุด

2. เปลี่ยนรูปหน้าปก: รูปหน้าปก หรือ Cover คือ รูปแรกของที่พักของคุณ คุณสามารถเข้าไปเปลี่ยนลำดับรูปภาพได้โดยเข้าไปที่หัวข้อรูปภาพที่พัก คุณต้องแน่ใจว่ารูปหน้าปกที่คุณเลือกจะดึงดูดแขกในอุดมคติได้ดีที่สุด

3. เปลี่ยนชื่อที่พัก: คุณสามารถปรับแต่งชื่อที่พักของคุณได้ Airbnb จำกัดการตั้งชื่อที่พักจำนวน 50 ตัวอักษร ดังนั้นจงใช้มันให้คุ้มค่ามากที่สุด การตั้งชื่อที่พักเน้นการสร้างจุดขาย 1 อย่างที่ลูกค้าในอุดมคติของคุณอ่านแล้วถูกใจใช่เลย เช่น ตำแหน่งที่พักที่สุดยอด พื้นที่กว้างขวาง บริเวณโดยรอบที่เงียบสงบ การตกแต่งที่พักที่แปลกใหม่ หรือไม่เหมือนใคร

ใครนึกไม่ออกดูตัวอย่างรูปด้านล่างครับ โดยเฉพาะที่พักอันดับ 1 และ 3 เป็นตัวอย่างที่ดีในการตั้งชื่อที่พัก

แบ่งปันประสบการณ์และเทคนิคการจองที่พักบน Airbnb ในไต้หวัน

ที่พักแห่งแรก คือ ที่พักที่ตั้งชื่อได้ดีที่สุด คือ ตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษ บอกถึงสภาพห้องที่สดใสและกว้างขวาง เดินทาง 5 นาทีจาก MRT สถานี Jiantan หรือ Shilin

ส่วนที่พักที่สามตั้งชื่อได้ดีเช่นกัน คือ เป็นภาษาอังกฤษ ที่พักอยู่ติดถนน และเพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองลงไป เพื่อสร้างจุดขายแบบ Niche คือ Designer’s Studio หรือห้องนักออกแบบ (คาดหวังพวกงานอาร์ตในที่พักได้เลย) และ Nordic Style หรือการตกแต่งแนวสแกนดิเนเวียร์ เหมาะกับคนที่ชอบที่พักสไตล์ยุโรปเหนือ

คำถามข้อ 3: จำนวนข้อซักถาม และคำของจองที่พักของคุณมีมากน้อยเพียงใด

ถ้าคุณเริ่มมียอดวิว แต่ยังไม่มีคำขอจอง ให้ลองดูข้อมูลรายละเอียดที่พัก มันอาจมีข้อมูลบางอย่างที่ลูกค้าอ่านแล้วไม่สะดวกใจที่จะจองก็เป็นได้ครับ Sally แนะนำว่าคุณควรลองปรับข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้ดู เพื่อเพิ่มจำนวนข้อซักถาม และคำของจอง

1. ข้อมูลสรุป (Summary): ในการเขียนข้อมูลสรุป Sally ใช้เทคนิคการเล่า ปัญหาหลัก 1 ปัญหา ซึ่งที่พักของคุณนั้นจะช่วยแก้ปัญหานั้นแก่ลูกค้าได้ โดยที่พักของเธอเปิดประเด็นขึ้นมาด้วยคำถามว่า

“Are you tired of staying in a small hotel room or cramped apartment?” หรือ “คุณเคยเหนื่อยล้ากับการพักในโรงแรมห้องเล็ก ๆ หรืออพาร์ทเม้นท์แคบ ๆ หรือไม่”

จากนั้นเป็นการนำเสนอที่พักของเธอ ว่ามันคือทางเลือกใหม่สำหรับครอบครัวนักเดินทางที่ต้องการที่พัก ที่มีพื้นที่กว้างขวางสำหรับพวกเขา

2. คำบรรยาย (Description): วาดภาพถึงประสบการณ์ที่แขกของคุณจะได้รับเมื่อพวกเขาพักอาศัยในบ้านของคุณ แทนที่จะลิสต์ว่าที่พักของคุณมีอะไรบ้าง สิ่งที่คุณควรทำ คือ เขียนคำบรรยายที่สร้างจินตนาการให้กับลูกค้า ให้พวกเขาคิดว่าจะได้รับประสบการณ์อะไรในการพักที่พักของคุณ ซึ่งประสบการณ์นั้นยากที่จะปฏิเสธ

3. รูปภาพ (Photos): ใส่รูปภาพให้เพียงพอที่จะดึงความสนใจลูกค้าในอุดมคติของคุณ ถ้าคุณใส่รูปน้อยเกินไป ให้ใส่เพิ่ม และมุมต่าง ๆ ของห้องนอน และห้องน้ำควรใส่ให้ครบถ้วน ถ้าคุณมีรูปอื่น ๆ ที่ดูแล้วคนไม่กล้าจองแน่ ๆ ให้ลองเปลี่ยนรูปเหล่านั้นดู

4. ราคารวม (Total Price): ถ้ามีคนคลิกเข้ามาดูที่พักของคุณ แสดงว่าราคาที่พักเบื้องต้นของคุณโอเค อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณไม่ได้รับการสอบถาม หรือคำขอจอง ให้ลองเช็คดูว่ามีการชาร์จเพิ่มหรือไม่ โดยเฉพาะค่าทำความสะอาด และเงินประกันความเสียหาย ถ้ามีลองปรับให้ใกล้เคียงกับที่พักอื่น ๆ ในละแวกเดียวกันดู

5. นโยบายการยกเลิก (Cancellation Policy): ที่พักของ Sally มักตั้งนโยบายยกเลิกการจองแบบเข้มงวด เพราะเธอต้องการดึงดูดแขกที่ตั้งใจจะจองจริง ๆ ซึ่งคนเหล่านั้นไม่ชอบการยกเลิกแบบพร่ำเพรื่อ อยากไรก็ตามถ้าที่พักในละแวกเดียวกันกับคุณไม่ได้ตั้งแบบเข้มงวด ลองพิจารณาเปลี่ยนนโยบายยกเลิกแบบปานกลาง หรือยืดหยุ่นดู

Tip: ลองถามแขกที่เคยมาพักว่าพวกเขาชอบและไม่ชอบอะไรเกี่ยวกับที่พักของคุณ บางครั้งเราใกล้ชิดกับที่พักของเรามากเกินไป เพื่อให้เห็นจุดที่ยังต้องปรับปรุง ฟีดแบ็คจากแขกถือเป็นสิ่งที่มีค่ามาก คุณสามารถขอฟีดแบ็คทางอีเมล์ อ่านจากรีวิวที่แขกให้บน Airbnb หรือดูที่เกสบุ๊ค (ถ้าคุณมี) ลองค้นดูว่าทำไมผู้คนถึงชอบที่พักของคุณ และอะไรที่คุณควรใส่ใจเพื่อดึงดูดจำนวนการจองที่มากขึ้น นอกจากนี้ควรปักหมุดปัญหาต่าง ๆ ที่อาจทำให้ลูกค้าในอนาคตไม่กล้าจองที่พักของคุณด้วย

เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับเทคนิคของ Sally Miller เพื่อช่วยเพิ่มยอดจองที่พักบน Airbnb ของคุณ มีหลายเทคนิคที่น่าสนใจ และผมคิดว่าเป็นประโยชน์มาก ๆ ในการนำไปปรับปรุงที่พักของเราเอง หากเพื่อน ๆ คนไหนมีเทคนิคดี ๆ สามารถคอมเม้นต์บอกกันได้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีครับ

Comments

comments