มาทำความรู้จัก Airbnb สตาร์ทอัพการแบ่งปันที่พักชื่อดัง

หากถามว่ารู้จัก Airbnb (แอร์บีเอ็นบี) มั้ย หลายคนคงส่ายหน้าแล้วถามว่ามันคืออะไร แต่ถ้าเป็นคนในแวดวงไอทีและสตาร์ทอัพจะร้องอ๋อทันที เพราะ Airbnb เป็นสตาร์ทอัพเกี่ยวกับการแบ่งปันที่พักที่ได้รับความนิยมอย่างมากทั่วโลก ณ ขณะนี้ ด้วยแนวคิดการทำธุรกิจที่ให้ผู้คน ใครก็ตามแต่ที่มีห้องว่างสามารถเปิดห้องให้ผู้อื่นมาเช่าได้ แนวคิดฟังดูโคตรบ้าเลย ใครจะกล้าเปิดบ้านให้คนแปลกหน้าเข้ามาเช่าเพื่อพักอาศัย แต่ผู้ก่อตั้งก็ได้หยิบหยกประเด็นที่น่าสนใจมานำเสนอ เพราะนั่นคือโอกาสทางธุรกิจไงล่ะครับ 

ในแง่ของนักท่องเที่ยว คือ เวลาที่คุณไปเที่ยว คุณไม่จำเป็นต้องไปพักที่โรงแรมเสมอไป ซึ่งมีราคาแพง คุณสามารถหาที่พักราคาถูกได้จาก Airbnb และที่พักก็มีให้คุณเลือกหลากหลาย ตั้งแต่เต็นท์ในป่า ยันปราสาทโบราณ หรือแม้กระทั่งนอนในอิเกียก็ยังได้ ราคาที่พักก็มีตั้งแต่ไม่กี่ร้อยบาทจนไปถึงหลักหมื่นบาทต่อคืน

ในแง่ของผู้ประกอบการ Airbnb เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยให้คุณสามารถมีรายได้ เพียงแค่คุณมีห้องว่างสักห้องคุณก็สามารถสร้างรายได้ผ่าน Airbnb ได้ทันที โดยการเป็นเจ้าบ้านเปิดห้องให้นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเข้าพักได้ครับ ลูกค้ารายแรกของเกสเฮ้าท์ที่ผมทำอยู่ก็จองห้องมาผ่าน Airbnb นี่ล่ะครับ ไว้ผมจะมาแชร์ให้ฟังทีหลังนะครับ

มาทำความรู้จัก AirBnb สตาร์ทอัพการแบ่งปันที่พักชื่อดังPhoto credit: blognone.com

Airbnb ได้ฉีกแนวการให้บริการที่พักแบบเดิมโดยสิ้นเชิง คือ ในเมื่อใครก็สามารถเปิดที่พักให้คุณพักได้ เวลาคุณไปพักคุณก็เหมือนคุณไปนอนบ้านเพื่อน เพราะคุณมีโอกาสที่จะพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์หรือวัฒนธรรม รวมถึงรับประทานอาหารกับเจ้าบ้านได้ ในแง่ของการทำธุรกิจคุณไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของกิจการโรงแรมหรือหอพัก คุณก็มีโอกาสสร้างรายได้จากการให้เช่าที่พักได้

การแชร์ทรัพยากร (ที่พัก) ใน Airbnb ถือว่า Win Win Win ทั้งผู้เข้าพัก ผู้ให้เช่า และผู้ให้บริการ เนื่องจากผู้เข้าพักมีตัวเลือกมากขึ้น สามารถหาที่พักราคาประหยัดและถูกกว่านอนโรงแรม ส่วนผู้ให้พักมีรายได้จากการให้เช่า แทนที่จะปล่อยห้องว่างทิ้งไว้เฉย ๆ ไม่ก่อให้เกิดรายได้ และผู้ให้บริการมีรายได้จากการอำนวยความสะดวกสบายเป็นตัวเชื่อมระหว่างผู้เข้าพักกับผู้ให้เช่า

หลายคนอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะแลัว Airbnb ได้รายได้มาจากไหน รายได้ของ Airbnb มาจาก 2 ช่องทางดังนี้
1. เจ้าของที่พักคิดราคามาเท่าไหร่ Airbnb จะบวกเพิ่มไปอีก 6-12%
2. เมื่อผู้เข้าพักจ่ายเงิน ทาง Airbnb จะเก็บค่าธรรมเนียมจ่ายเงินอีก 3% จากเจ้าของที่พัก

ปัจจุบัน Airbnb เปิดให้บริการทั้งในรูปแบบเว็บไซต์ รวมถึงแอพพลิเคชันบนมือถือ ทั้ง iOS และ Android ในบทความนี้ ผมอยากพาเพื่อน ๆ ทำความรู้จักกับสตาร์ทอัพเจ้านี้ก่อนว่ามีจุดเริ่มต้นยังไงครับ

มาทำความรู้จัก AirBnb สตาร์ทอัพการแบ่งปันที่พักชื่อดังPhoto credit: notes.fundersandfounders.com

เริ่มต้นด้วยความขัดสน

ในปี 2007 สองหนุ่ม Brian Chesky และ Joe Gebbia เกิดถังแตก ไม่มีเงินที่จ่ายค่าห้องพักของพวกเขาในซาน ฟรานซิสโก พวกเขาจึงปิ๊งไอเดียที่โดยการเปิดห้องพักของพวกเขาให้คนอื่นเช่า โดยการสร้างเว็บไซต์แบบง่าย ๆ (เขียนลง Blog กับแปะแผนที่) เพื่อลงประกาศที่พักฝูกนอนแบบเป่าลม 3 ตัวพร้อมเสิร์ฟอาหารเช้า โดยใช้ชื่อว่า airbedandbreakfast.com (bnb ย่อมากจาก bed and breakfast)

ปรากฏว่ามีคนมาเข้าพักจริง ทั้งหมด 3 ราย ทั้งคู่มีรายได้จากผู้เข้าพักรายละ 80 เหรียญ และเมื่อแขกกลับไปแล้ว “แม่เจ้าไอเดียนี้มันขายได้หว่ะ” สองหนุ่มเริ่มคิดการใหญ่ โดยทั้งคู่ได้ชวน Nathan Blecharczyk รูมเมทเก่ามาช่วยสร้างเว็บไซต์ และเปิดตัวในงาน SXSW (South by South West – งานประจำปีว่าด้วยภาพยนตร์, เพลง, นวัตกรรมเชิงเทคโนโลยี จัดทุกปี ณ เมือง Austin สหรัฐฯ) แต่ผลตอบรับกลับไม่ดี มีผู้จองแค่ 2 รายเท่านั้น

มาทำความรู้จัก AirBnb สตาร์ทอัพการแบ่งปันที่พักชื่อดังNathan, Joe และ Brian เรียงจากซ้ายไปขวา
Photo credit: forbes.com

ไอเดียดีแต่ก็มีสะดุด

สามหนุ่มได้ทดลองไอเดีย โดยทำเว็บไซต์อย่างจริงจังและเปิดให้คนมาลงห้องว่างให้เช่าไป ในปี 2008 ที่เมือง Denver ซึ่งเป็นเมืองที่ Barack Obama ต้องเดินทางมาประชุม และคาดว่าจะมีผู้คนเข้าร่วมจำนวนมาก ปรากฏว่ามีผู้สนใจเปิดห้องตัวเองให้เช่าประมาณ 800 คน แต่ปัญหาคือพวกเขายังไม่รู้ว่าจะทำเงินจากโมเดลนี้ได้อย่างไร

พวกเขาจึงพักไอเดียนี้ไว้ก่อน และหารายได้ทางอื่นโดยเกาะกระแสการเลือกตั้งนี้ โดยการกว้านซื้อซีเรียลมาออกแบบทำแบรนด์ใหม่ชื่อว่า Obama O’s และ Cap’n McCain’s ขายกล่องละ 40 เหรียญ เป็นเวลากว่า 2 เดือน ทั้งสามกวาดรายได้จากการขายซีเรียลได้ที่ 30,000 เหรียญ เป็นเงินก้อนที่มาช่วยต่อลมหายใจ Airbnb และไอเดียนี้เข้าตา Paul Gram แห่ง Y Combinator

มาทำความรู้จัก AirBnb สตาร์ทอัพการแบ่งปันที่พักชื่อดังPhoto credit: techcrunch.com

ได้เงินลงทุนแต่ไม่โต

ในปี 2009 นี้เอง ที่ Paul Graham เสนอเงินทุนแก่สามหนุ่ม จำนวน 20,000 เหรียญ มาขยายธุรกิจซึ่งตอนนั้น Paul ก็ยังไม่แน่ใจว่าโมเดลนี้จะทำเงินได้ยังไง นอกจากนี้สามหนุ่มเจ้ายังเจอตอตรงที่ว่า ธุรกิจของพวกเขารายได้ยังไม่เข้าเป้าอย่างที่คิด หลายเดือนผ่านไปมีรายได้เพียง 200 เหรียญต่อสัปดาห์เท่านั้น

เหตุการณ์นี้ทำให้พวกเขาต้องมานั่งวิเคราะห์ว่า อะไรคือสาเหตุ และได้รู้ว่ารูปถ่ายห้องไม่สวย ดูแล้วไม่น่าเข้าพักเลย ทีม Airbnb จึงตระเวนไปตามบ้านต่าง ๆ ในนิวยอร์คที่มาลงห้องว่างให้เช่ากับทางเว็บเพื่อขอถ่ายรูปใหม่

นอกจากนี้ยังเปลี่ยนชื่อเว็บจาก  airbedandbreakfast.com มาเป็น Airbnb.com เนื่องจากชื่อเดิมยาวไป พร้อมทั้งปรับแนวทางการทำธุรกิจ จากเดิมที่ให้ลูกค้าจะจ่ายเงินกับเจ้าบ้านโดยตรง มาเป็นการบริหารจ่ายเงินเองทั้งหมด โดยเก็บค่าคอมมิชชั่น 15 % (จากเจ้าบ้าน 3% และจากผู้เข้าพัก 12%) และขยายประเภทที่พักให้มากขึ้น

หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ รายได้ของ Airbnb ก็เพิ่มขึ้นเป็น 400 เหรียญ เป็นสัญญาณที่ดีที่บอกว่ามันเริ่มโตแล้วนะ

เริ่มโตแล้วแต่ก็ยังถูกปฏิเสธได้

Airbnb ยังต้องการเงินลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ พวกเขาไปเข้าพบกับ Fred Wilson Venture Capital (VC) ชื่อดังที่นิวยอร์ค พร้อมทั้งเสนอแนวคิดและโมเดลของ Airbnb แต่ก็ถูกปฏิเสธ เพราะ Fred นึกไม่ออกว่ามันจะเป็นไปได้ยังไงที่จะเปิดบ้านให้คนแปลกหน้าเข้ามาพัก

จุดเปลี่ยน

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ Airbnb นั้นเกิดขึ้นเมื่อ Barry Manilow ศิลปินชื่อดังเป็นกระบอกเสียงแนะนำให้ เมื่อเขาเช่าอพาร์ตเมนต์ทั้งหลังในระหว่างทัวร์คอนเสิร์ตผ่าน Airbnb

กระแส Airbnb มาแล้ว

ปี 2009 Airbnb ยังมีการระดมทุนเป็น 600,000 เหรียญ จาก Sequoia และในปี 2010-2011 ได้เงินทุนเพิ่มจาก 7.2 ล้านเหรียญเป็น 112 ล้านเหรียญ จากนักลงทุนหลายรายซึ่งหนึ่งในนั้นมี Aston Kusher รวมอยู่ด้วยและในปี 2014 Airbnb ได้กลายบริษัทที่มีมูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านดอลล่าร์

ตัวเลขที่น่าสนใจ

มาทำความรู้จัก AirBnb สตาร์ทอัพการแบ่งปันที่พักชื่อดังPhoto credit: Airbnb.com

Airbnb ได้เปิดเผยสถิติที่น่าสนตั้งแต่เปิดเว็บเมื่อปี 2008 จวบจนปัจจุบัน มีจำนวนผู้เข้าพักทั้งหมดทั่วโลกกว่า 25 ล้านคน และกว่า 1 ล้านที่พักที่เปิดให้บริการ ในเมืองกว่า 34,000 เมือง ใน 190 กว่าประเทศทั่วโลก พร้อมทั้งมีปราสาทที่เปิดให้เข้าพักได้จริงกว่า 600 แห่งเลยทีเดียว สำหรับในประเทศไทยนั้นมีที่พักที่ลงกับ Airbnb มากกว่า 1,000 แห่งครับ

สรุป

จะเห็นได้ว่า Airbnb ได้พลิกโฉมธุรกิจการให้บริการที่พักทั่วโลกอย่างสิ้นเชิง ด้วยแนวคิดที่ว่าทรัพยากร (ที่พัก) สามารถแบ่งปันกันได้  แต่กว่าจะประสบความสำเร็จนั้นไม่ได้เรื่องง่าย เหมือนกับ Startup ชื่อดังอีกหลายเจ้า ซึ่งมีโอกาสผมจะนำมาเสนอต่อไปไม่ว่าจะเป็น Instagram หรือ Pinterest

ตัวผมเองมีโอกาสได้เป็นเจ้าบ้าน ต้อนรับแขกจากต่างประเทศผ่าน Airbnb มาแล้วหลายครั้ง ประกอบกับการที่คลุกคลีกับการใช้งานมาสักระยะหนึ่ง ผมพูดได้เต็มปากว่าคุณสามารถเป็นเจ้าบ้านและสร้างรายได้จาก Airbnb ได้ ขอเพียงแค่คุณมีการเตรียมตัวที่ดี ซึ่งผมจะแชร์ให้ฟังในบทความต่อ ๆ ไป

มีอีกเรื่องที่ผมรู้สึกเสียดาย ที่ว่าประเทศไทยในยุค AEC ที่เราได้เป็น Hub ทางด้านการท่องเที่ยวนั้น คือ นักท่องเที่ยวจะหลั่งไหลเข้ามามาก แต่เจ้าของที่พักที่มาลงใน Airbnb กลับกลายเป็นฝรั่งชาวต่างชาติเสียเป็นส่วนใหญ่ (ผมอยู่สุรินทร์และลองค้นหาที่พักในละแวกภาคอีสาน) คนไทยหายไปไหนล่ะ ตรงนี้ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากให้มีผู้ประกอบการในไทยเพิ่มมากขึ้นนะครับ หวังว่าบทความนี้คงเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ นะครับ

ข้อมูลอ้างอิง

[บทความ] ตำนานชีวิต Airbnb – มีห้องว่างอย่านิ่งดูดาย ขึ้นโลกออนไลน์ให้ผู้คนเช่า 
https://www.blognone.com/node/66770

[บทความ] Mission To The Moon 
http://bit.ly/1PWiVbt

[บทความ] Airbnb’s Unlikely Journey From ‘Obama O’s’ Cereal and Barry Manilow’s Drummer to $10 Billion 
http://blogs.wsj.com/venturecapital/2014/03/20/Airbnbs-unlikely-journey-from-obama-os-cereal-and-barry-manilows-drummer-to-10-billion/

[บทความ] Airbnb 
http://en.wikipedia.org/wiki/Airbnb

Comments

comments