แชร์ประสบการณ์และเทคนิคการจองที่พักบน Airbnb ในไต้หวัน

สวัสดีผู้อ่านทุกท่านนะครับ ผมต้นเจ้าของเว็บไซต์ START IT UP ในต้นเดือนธันวามคม ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวไต้หวันเป็นเวลา 4 วัน ปกติผมเคยจองแต่ที่พักบน Airbnb ในไทย ด้วยความอยากรู้ว่าประสบการณ์ไปพัก Airbnb ในต่างประเทศจะเป็นเช่นไร เลยตัดสินใจลองจองที่พักกับโฮสต์ซึ่งเป็นชาวไต้หวันดูครับ ทั้งนี้เพื่อให้เราสามารถเปรียบเทียบได้ด้วยว่าประสบการณ์การเข้าพักบน Airbnb นั้นแตกต่างจากการไปพักโรงแรมอย่างไร  เริ่มตั้งแต่การจองที่พักไปจนถึงการเข้าพักจริง

บทความนี้เขียนขึ้นในมุมนักท่องเที่ยวที่มองหาที่พักสักแห่งตอนไปเที่ยว ซึ่งจะมีเทคนิคและเกร็ดที่น่าสนใจสอดแทรก ให้ทั้งในฝั่งนักเดินทางและฝั่งโฮสต์ Airbnb ครับ

ทำไมถึงเลือกที่พักบน Airbnb

อย่างที่หลายคนทราบกัน คือ แนวคิดของ Airbnb เป็น Sharing Economy หรือการแบ่งปันที่พักให้แก่กันระหว่างคนทั่วไป ทำให้เรามีตัวเลือกที่พักมากขึ้น โดยไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นโรงแรมเสมอไป เหตุผลในการเลือกที่พักบน Airbnb ของผมในครั้งนี้ คือ เรื่องของ “ราคา” เป็นหลักครับ

ผมอยากได้ที่พักราคาประหยัด ราคาคืนละไม่เกิน 1,000 บาท ตั้งอยู่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้า MRT ในกรุงไทเป สามารถเดินจากที่พักไปรถไฟฟ้าได้ เป็นห้องพักส่วนตัวและมีห้องน้ำในตัว สามารถรองรับผู้เข้าพัก 2 คน เหตุผลที่ต้องการที่พักราคาประหยัด เพราะเราจะเอาเงินไปเน้นกิน เน้นช็อป และเน้นเที่ยวมากกว่าครับ

แอพแรกที่ผมเปิดหาราคาที่พัก คือ Traveloka ใช่ครับ Traveloka นอกจากเราสามารถจองตั๋วเครื่องบินได้แล้ว ยังสามารถจองโรงแรมได้ด้วยเช่นกัน ที่พักใน Traveloka ถ้าเน้นราคาถูกเลย จะเป็นพวก Hostel เตียงสองชั้น และห้องน้ำรวม ราคาประมาณคืนละ 900 บาท ถ้าอยากได้ห้องส่วนตัวก็เลือกจองโรงแรมราคาจะขยับมาเริ่มต้นที่ 1,300 – 1,500 บาทครับ

แบ่งปันประสบการณ์และเทคนิคการจองที่พักบน Airbnb ในไต้หวัน

หลายคนอาจจะมองว่าที่พัก 1,xxx บาทในไทเป ราคาก็พอ ๆ กับโรงแรมในบ้านเรา แต่ในความคิดของผม คือ ถ้าเราสามารถหาได้ถูกกว่านั้นล่ะ และเราสามารถไปพบปะพูดคุยกับเข้าของที่พักที่เป็นคนท้องถิ่นได้ด้วย มันก็น่าจะดีไม่ใช่น้อย ด้วยแนวทางของ Airbnb ที่วางมาอย่างนั้น ผมเลยลองเข้าเว็บไซต์ Airbnb ดูเพื่อค้นหาที่พักที่ตอบโจทย์ผมได้

เทคนิคการเลือกที่พักบน Airbnb

สำหรับการจองที่พักออนไลน์นั้น ผมบอกเลยว่าถ้าคุณเป็นคนที่ต้องการความสะดวกสบาย และความรวดเร็วให้จองโรงแรมบน Agoda, Booking.com, Traveloka, Hotels.com หรือ Trivago จะดีกว่า เพราะที่พักบน Airbnb น้ันเราต้องพิจารณาหลายองค์ประกอบในการได้ที่พักสักที่ แต่หากคุณเป็นคนที่ชอบการเรียนรู้ Airbnb จะเป็นสิ่งที่น่าค้นหาสำหรับคุณ ในการได้ที่พักที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคุณเอง

ที่พักใน Airbnb มีให้เลือกหลากหลายมากทั้งห้องปล่อยเช่าส่วนตัว (คอนโด และอพาร์ตเม้นต์) และบ้านทั้งหลัง ราคาก็มีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาท การค้นหาที่พักบน Airbnb จำเป็นต้องพิจารณาหลายองค์ประกอบด้วยกัน และนี่เป็นเกร็ดน่าสนใจจากการจองที่พักในครั้งนี้ครับ

แบ่งปันประสบการณ์และเทคนิคการจองที่พักบน Airbnb ในไต้หวัน

จากรูปตัวอย่างหมายเลข 1 ผมเลือกช่วงราคาที่พักอยู่ที่ 800 – 1,500 บาทเพื่อเปรียบเทียบว่า ราคาที่พักช่วงต่ำสุดมีหน้าตาหรือลักษณะห้องประมาณไหน และถ้าเราเพิ่มงบขึ้นมาอีกเราจะได้ที่พักแบบไหน ทริปนี้ผมไปเที่ยวกับแฟน 2 คน เราต้องการห้องส่วนตัวเท่านั้น และไม่ต้องการแชร์พื้นที่บางส่วนกับโฮสต์ครับ จึงติ๊กเลือก Private room

ส่วนหมายเลข 3 เป็นการพิจารณาว่าตำแหน่งที่พักเหล่านั้นตั้งอยู่ตรงไหนบนแผนที่ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหรือเปล่า การเดินทางจากสนามบินเข้ามาไกลแค่ไหน บ่อยครั้งที่ที่พักราคาถูก มักตั้งอยู่นอกเมือง หรือไกลจากแนวรถไฟฟ้า

1. ว่าด้วยเรื่องราคาของทื่พัก (อย่าเพิ่งหลงกับราคาถูก)

แบ่งปันประสบการณ์และเทคนิคการจองที่พักบน Airbnb ในไต้หวัน

ต้องบอกก่อนเลยว่าราคาค่าเช่าที่พักบน Airbnb ไม่ได้ถูกไปเสียทุกที่ ผมยกตัวอย่างรูปด้านบนเป็นห้องพักที่มี 2 เตียง รองรับผู้เข้าพักได้ 3 คน ราคา 982 บาทต่อคืน และดูแลโดย Superhost ราคาที่เราเห็นต่อคืนถือว่าถูกมาก ถ้าไปพักกัน 3 คน ตกคนละ 327 บาทต่อคืน

แต่ช้าก่อนครับราคาที่แสดงผลในหน้าค้นหาที่พัก เป็นเพียงราคาต่อคืนของที่พักนั้น ๆ ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่ทาง Airbnb และโฮสต์จะชาร์จเพิ่ม เพื่อความแน่ใจให้คุณลองกดเข้าไปดูรายละเอียดที่พัก และลองเลือกวันที่ต้องการ Check-in และ Check-out เพื่อดูรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งหมด

แบ่งปันประสบการณ์และเทคนิคการจองที่พักบน Airbnb ในไต้หวัน แบ่งปันประสบการณ์และเทคนิคการจองที่พักบน Airbnb ในไต้หวัน

ที่พักดังกล่าวถ้าเราไปพัก 1 คนราคาอยู่ที่ 995 บาทต่อคืน หากพัก 2 คน ราคาจะเปลี่ยนเป็น 1,314 บาท ทันที เนื่องจากโฮสต์มีการเซ็ตกลไกราคาชาร์จเพิ่มถ้ามีแขกเข้าพักเพิ่มมากกว่า 1 คนขึ้นไป ตรงนี้ต้องเช็คให้ดี ๆ นะครับ

Tips: สำหรับคนที่เป็นโฮสต์ Airbnb ถ้าที่พักของคุณรองรับผู้เข้าพัก 2 คนก็ให้เซ็ตไว้ 2 คนตั้งแต่แรกครับ ถ้ามีแขกมาพักเพิ่มคนที่ 3 ค่อยตั้งกลไกการชาร์จเพิ่ม ตัวอย่างที่ผมนำมาให้ดูเป็นตัวอย่างไม่ค่อยดี เพราะในมุมของเราที่เป็นคนจองที่พักคาดหวังว่าที่พักของคุณมีตั้งสองเตียง ทำไมคุณยังมาชาร์จเพิ่ม

นอกจากราคาต่อคืนแล้ว ยังมีการชาร์จเงินที่เป็นค่าธรรมเนียมของ Airbnb ประมาณ 6-12% (ยิ่งจองพักหลายวันเปอร์เซ็นต์ค่าธรรมเนียมส่วนนี้จะลดลง) สุดท้าย คือ ค่าภาษีต่าง ๆ ที่โฮสต์ Airbnb ต้องรับผิดชอบ ในที่นี้เป็นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับค่าบริการ ในไต้หวันคิด VAT 5%

สำหรับที่พักบางที่จะมีค่า Cleaning Fee หรือค่าธรรมเนียมทำความสะอาด เป็นต้นทุนที่โฮสต์ Airbnb จ้างแม่บ้านไปทำความสะอาด และเก็บค่าธรรมเนียมนี้จากแขกที่เข้าพัก ซึ่งเก็บเพียงครั้งเดียวต่อการจองครับ

แบ่งปันประสบการณ์และเทคนิคการจองที่พักบน Airbnb ในไต้หวัน

สำหรับที่พักที่ผมจองไปนั้นจะไม่มีการเก็บค่า Cleaning Fee ครับ เนื่องจากโฮสต์จะเป็นคนดูแล และทำความสะอาดที่พักด้วยตนเอง ใครที่เป็นโฮสต์ Airbnb ที่ดูแลที่พักด้วยตนเอง สามารถนำเทคนิคนี้ไปใช้ได้นะครับ ซึ่งที่พักของผมที่สุรินทร์ก็ทำแบบนี้ เพราะเราดูแลที่พักเองไม่ได้จ้างแม่บ้านเข้าไปทำความสะอาด

รูปด้านล่าง คือ ราคาที่พักที่ผมไปพักครับ 717 บาทต่อคืน รวมค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เบ็ดเสร็จประมาณ 3,400 บาท หาร 4 คืน จะตกคืนละ 850 บาทครับ

แบ่งปันประสบการณ์และเทคนิคการจองที่พักบน Airbnb ในไต้หวัน

แบ่งปันประสบการณ์และเทคนิคการจองที่พักบน Airbnb ในไต้หวัน

2. ชื่อที่พักนั้นสำคัญไฉน

นอกจากการพิจารณาที่พักจากรูปแล้ว ชื่อที่พักบน Airbnb ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เราควรพิจารณาเช่นเดียวกันครับ เพราะมันเป็นการสะท้อนถึงความตั้งใจของโฮสต์ในการปล่อยเช่าที่พักนั้น ๆ เรามาดูตัวอย่างการตั้งชื่อที่พักในไต้หวันกันครับ

แบ่งปันประสบการณ์และเทคนิคการจองที่พักบน Airbnb ในไต้หวัน

จากรูปด้านบนที่พัก 3 แห่ง ที่พักแห่งแรก คือ ที่พักที่ตั้งชื่อได้ดีที่สุด คือ ตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษ บอกถึงสภาพห้องที่สดใสและกว้างขวาง เดินทาง 5 นาทีจาก MRT สถานี Jiantan หรือ Shilin

ที่พักที่สองนี้ผมอ่านไม่ออกจริง ๆ เพราะตั้งชื่อภาษาจีน เน้นคนจีน หรือคนที่เข้าใจภาษาจีนเท่านั้น คาดเดาได้ไม่ยากว่าโฮสต์เป็นชาวไต้หวันเน้นการสื่อสารด้วยภาษาจีนเป็นหลัก ส่วนที่พักที่สามตั้งชื่อได้ดี คือ เป็นภาษาอังกฤษ ที่พักอยู่ติดถนน และเพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองลงไป เพื่อสร้างจุดขายแบบ Niche คือ Designer’s Studio หรือห้องนักออกแบบ (คาดหวังพวกงานอาร์ตในที่พักได้เลย) และ Nordic Style หรือการตกแต่งแนวสแกนดิเนเวียร์ เหมาะกับคนที่ชอบที่พักสไตล์ยุโรปเหนือ

สำหรับโฮสต์ Airbnb ในมุมนักท่องเที่ยว คือ นอกจากรูปภาพที่ดึงดูดแล้ว ชื่อที่พักก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณควรให้ความสำคัญ เพราะถ้ามองในมุมนักท่องเที่ยว เราต้องการข้อมูลที่กระชับ และฉับไว เพื่อใช้ในการตัดสินใจจองที่พัก อย่างที่พักอันที่สองผมไม่จองแน่ ๆ เพราะอ่านไม่ออก และสื่อสารภาษาจีนไม่ได้ ส่วนที่พัก 1 กับ 3 น่าสนใจ แต่แห่งที่ 1 ทำได้ดีกว่าในแง่ของการให้ข้อมูลการเดินทางจาก MRT ไปยังที่พักโดยใช้เวลาเพียง 5 นาที ใครที่เป็นโฮสต์ Airbnb ลองนำข้อมูลที่ผมบอกเล่าไปพิจารณาในการปรับปรุงชื่อที่พักดูนะครับ

3. เหตุผลในการเลือกพักกับ Superhost

ในการจองที่พักบน Airbnb นั้นที่พักไหนที่ดูแลโดย Superhost จะถูกดันขึ้นมาในลำดับต้น ๆ ให้เราได้เลือกจอง ถ้าเป็นไปได้ผมให้เลือกจองที่พักกับ Superhost ซึ่งในหน้าค้นหาที่พัก เราสามารถติ๊กเลือกที่พักที่ดูแลโดย Superhost ได้

แบ่งปันประสบการณ์และเทคนิคการจองที่พักบน Airbnb ในไต้หวัน

ในฐานะที่ผมก็เป็นโฮสต์ Airbnb ด้วย ถ้ามองในมุมนักท่องเที่ยวที่กำลังจะจองที่พักผมคาดหวังอะไรจาก Superhost บ้าง สิ่งที่ผมคาดหวัง คือ การตอบสนองที่รวดเร็ว และความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจอง และตอบแชทข้อซักถามต่าง ๆ ที่เราสงสัย อย่าลืมว่าเราเป็นคนต่างถิ่นไปเที่ยวในที่ไกล ๆ ถ้าเกิดติดปัญหาอะไรขึ้นมา เราย่อมต้องการติดต่อให้ใครสักคนสามารถช่วยเหลือเราได้อย่างทันท่วงที มันเป็นเรื่องของความอุ่นใจล้วน ๆ ครับเวลาจะจองที่พักบน Airbnb เพราะ Superhost เหมือนเป็นการการันตีให้ว่าโฮสต์ที่ดูแลคุณนั้นเอาใจใส่ในระดับหนึ่ง ไม่ทิ้งขว้างกันแน่นอน

4. อย่าลืมอ่านรีวิว

ประสบการณ์ของแขกที่เคยไปพักก่อนหน้านั้นสำคัญมาก มันช่วยให้เราทราบประสบการณ์การพักผ่อนของแขกที่เคยไปพักว่าพวกเขาชอบอะไร และไม่ชอบอะไรในที่พักนั้น ๆ เช่น โฮสต์ช่วยตอบคำถามเกี่ยวกับการเดินทางรวดเร็วหรือไม่ การเดินทางไปที่พักสะดวกไหม โฮสต์เตรียมพวกน้ำ หรือกาแฟไว้ให้ไหม ไวไฟหรืออินเทอร์เน็ตใช้การได้ดีหรือไม่ ที่พักบางที่ไม่มีลิฟต์ เราจำเป็นต้องแบกกระเป๋าเดินทางขึ้นบันไดไปคุณรับได้หรือเปล่า

แบ่งปันประสบการณ์และเทคนิคการจองที่พักบน Airbnb ในไต้หวัน

Airbnb ไม่เท่ากับโรงแรม

แบ่งปันประสบการณ์และเทคนิคการจองที่พักบน Airbnb ในไต้หวัน

ขอแชร์จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เกิดขึ้นจริงจากทริปนี้ ที่ผมสามารถบอกได้ว่า Airbnb ยังมีบางจุดที่โหว่อยู่ 2 ประเด็น ได้แก่

1. การฝากกระเป๋าเดินทาง

ถ้าเป็นโรงแรมทั่วไปจะมีพื้นที่เพียงพอ สำหรับรับฝากกระเป๋าก่อนถึงเวลา Check-in ซึ่งเราสามารถนำกระเป๋าไปฝากไว้ที่โรงแรมแล้วออกไปเดินเล่นก่อนกลับเข้ามา Check-in ได้

แต่สำหรับ Airbnb ซึ่งเป็นที่พักปล่อยเช่าโดยคนทั่วไป ที่พักในไต้หวันส่วนใหญ่จะเป็นอพาร์ทเม้นต์ หรือคอนโด ทำให้อาจไม่มีพื้นที่เพียงพอที่จะรองรับสัมภาระของแขก โดยเฉพาะในกรณีที่มีแขกเช็คอินเข้าพักก่อนเรา เราไม่สามารถนำกระเป๋าเดินทางของเราไปไว้ในห้องที่เราจองได้แน่ ๆ จนกว่าแขกชุดแรกจะ Check-out ออกจากที่พัก

จุดนี้เป็นภาระสำหรับนักเดินทางทันที คือ เราต้องไปหาที่ฝากกระเป๋า (ตามแนวรถไฟฟ้า หรือที่ Taipei Main Station) หรือถ้าไม่ฝากก็ต้องลากไปมาติดตัวไปด้วยจนกว่าจะถึงเวลา Check-in เข้าที่พัก

ด้วยสภาพร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการเดินทาง (ผมบินมาถึงไต้หวันตี 2 ต้องรอรถไฟฟ้าเปิดทำการตอน 6 โมงเช้า เพื่อนั่งเข้าไปในเมือง และต้องรอบ่าย 3 กว่าจะได้ Check-in) ทำให้การลากกระเป๋าติดตัวไปมาก่อนถึงเวลา Check-in เข้าที่พักไม่ใช่เรื่องสนุกครับ

ถ้าใครเป็นโฮสต์ Airbnb ปล่อยเช่าพวกคอนโด หรืออพาร์ทเม้นต์ ผมอยากให้ลองพิจารณาเรื่องพื้นที่รับฝากกระเป๋าเพิ่มด้วยครับ เพราะมันเป็นภาระของนักเดินทางจริง ๆ ที่จำเป็นต้องหาที่ฝากกระเป๋าก่อนถึงเวลา Check-in

2. การทำความสะอาดในทุกวัน

ถ้าเปรียบเทียบกับประสบการณ์พักโรงแรมทั่วไป ทุกวันจะมีแม่บ้านเข้ามาเปลี่ยนผ้าเช็ดตัว ปูเตียงให้ตึง เปลี่ยนสบู่แชมพู รวมถึงเอาขยะออกไปทิ้งให้ การไปพัก Airbnb ที่ไต้หวันรอบนี้ของผม คือ ผมจะเจอกับโฮสต์แค่ครั้งเดียว คือ ตอนรับกุญแจเข้าที่พัก โฮสต์จะไม่มีการเข้ามาทำความสะอาดให้ในทุกวันที่เราพัก (คิดว่าน่าจะเซฟตัวเองเรื่องของหาย) ดังนั้นจะเป็นภาระของเราเองในการนำขยะออกไปทิ้งนอกครับ ซึ่งโฮสต์จะไม่ได้เตรียมถุงขยะสำรองไว้ ในความคิดของผม คือ อย่างน้อยถ้าไม่ได้เปลี่ยนผ้าเช็ดตัวให้ โฮสต์ก็ควรนำขยะออกไปทิ้งให้เราหน่อยก็จะดีไม่น้อย

จุดโหว่ทั้งสองข้อที่ผมว่ามานี้ จะเกิดขึ้นกับการจองที่พักบางที่ โดยเฉพาะที่พักจำพวกคอนโด หรืออพาร์ทเม้นต์ แต่ถ้าเป็นบ้านผมคิดว่าไม่มีปัญหานี้ สำหรับแนวทางการปรับปรุงประสบการณ์ที่ยังสะดุดเหล่านี้ เราสามารถเขียนแสดงความคิดเห็นตอนรีวิวที่พักไปบอกโฮสต์ได้ เพื่อให้เขานำไปปรับปรุงเพิ่มเติมในอนาคต เพราะมันจะช่วยให้ประสบการณ์การเข้าพักของนักท่องเที่ยวในอนาคตไหลลื่นมากขึ้น

ส่วนประสบการณ์การพักผ่อนอื่น ๆ ที่นอกเหนือจาก 2 ข้อที่ว่ามานี้ผมโอเคมากครับสำหรับการจองที่พักบน Airbnb ที่นอนนอนสบาย เครื่องทำน้ำอุ่น และเครื่องปรับอากาศใช้การได้ดี โฮสต์เตรียมน้ำดื่ม และกาแฟ รวมถึงสิ่งของพื้นฐาน (สบู่ แชมพู กระดาษทิชชู่ ผ้าเช็ดตัว) ไว้ให้ครบถ้วน อินเทอร์เน็ตอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ แต่ที่น่าเสียดาย คือ ผมไม่ได้มีโอกาสถ่ายรูปกับโฮสต์ในวันสุดท้าย เพราะผมพลาดดูวันบินกลับผิด นึกว่ากลับวันที่ 6 ธันวา แต่จริง ๆ ไฟล์ทกลับคือวันที่ 5 ตอนตี 3 ทำให้ต้อง Early Check-out ตอนเที่ยงคืนเพื่อไปให้ทันเที่ยวบินกลับ

ส่งท้าย

Airbnb เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการที่พักที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง แน่นอนว่ามันไม่ได้เหมาะกับทุกคน บางคนชอบพักโรงแรม เพราะต้องการความเป็นมาตรฐาน ความสะดวกสบาย ตอนจองไม่ต้องคิดเยอะ ส่วนบางคนก็อยากพักในที่แปลกใหม่ ได้ใกล้ชิดกับคนท้องถิ่น ในขณะที่บางคนต้องการที่พักในราคาประหยัด ในการเดินทางไปไต้หวันครั้งนี้ ผมเน้นที่พักราคาประหยัด เป็นห้องส่วนตัว และอยู่ใกล้ MRT สักแห่งในกรุงไทเป ซึ่ง Airbnb มีที่พักที่ตอบโจทย์นั้นอยู่ ผมจึงเลือก Airbnb แทนที่จะเป็นการพักในโรงแรม

แน่นอนว่าการเลือก Airbnb สำหรับทริปไปเที่ยวไต้หวันในครั้งนี้ก็ย่อมมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เช่น เรื่องการฝากกระเป๋าเดินทางไม่ได้ รวมถึงไม่ได้มีพนักงานทำความสะอาดมาจัดเก็บห้องให้เราทุกวัน อย่างที่ผมเกริ่นไปด้วยความที่ Airbnb เป็น Sharing Economy หรือการแบ่งปันที่พักระหว่างคนทั่วไปกับคนทั่วไป ประสบการณ์ที่ได้รับย่อมไม่เหมือนกับการพักโรงแรมแน่นอน ขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่าเรายอมรับเงื่อนไขเหล่านั้นได้หรือไม่ก่อนทำการจองที่พัก

สุดท้ายเทคนิค และเกร็ดความรู้ต่าง ๆ ที่ผมได้เขียนไปในบทความนี้ คุณผู้อ่านสามารถนำไปพิจารณาสำหรับการจองที่พักในอนาคตได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักท่องเที่ยวที่สนใจจองที่พักบน Airbnb หรือโฮสต์ Airbnb ผมอยากให้คุณลองโอบรับความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจากธุรกิจสตาร์ทอัพตัวนี้ดูครับ ขอบคุณสำหรับการติดตาม แล้วเจอกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีครับ


สำหรับคนที่สนใจว่า Airbnb คืออะไร สามารถเข้าไปอ่านเรื่องราวจุดเริ่มต้นของธุรกิจสตาร์ทอัพตัวนี้ได้ที่ http://startitup.in.th/introducing-airbnb-startup/

และสำหรับใครที่อ่านบทความนี้แล้วสนใจการเป็นโฮสต์ Airbnb สร้างรายได้จากการปล่อยเช่าที่พัก หรือห้องว่างสักห้องในบ้านของคุณเองให้กับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกแบบที่ผมเดินทางไปไต้หวัน สามารถเข้าไปดูรายละเอียดอีบุ๊คสำหรับเริ่มต้นการเป็นผู้ประกอบการปล่อยเช่าที่พักบน Airbnb ได้โดยการกดรูปด้านล่างนี้ครับ

E-book: Airbnb Entrepreneur 2018

 

Comments

comments