Monday, June 26, 2017
ในเดือนธันวาคม ปี 2016 ผมมีโอกาสเข้าไปฟังบรรยายเกี่ยวกับ MVP (Minimum Viable Product) อยู่คลาสหนึ่ง ซึ่งวิทยากรจะให้ผู้ที่เข้าฟังบรรยายว่า Product ที่คุณกำลังจะทำคืออะไร และมันมีฟีเจอร์อะไรบ้าง เจอแบบนี้เข้าผมไปไม่ถูกเลยครับ เพราะมันเป็นการคิดแบบ Start With What หาใช่ Start With Why ไม่ การคิดแบบ Start With What เป็นการมองในกรอบเดิม เรามองหาสิ่งที่เคยมี หรือประสบการณ์เดิมที่เราเคยได้รับ เช่น เราอยากได้แอพนำทาง มันจะต้องมีระบบ Navigation, การปักหมุดบนแผนที่, การค้นหาสถานที่ปลายทาง การแสดงผลในรูปแบบของแผนที่และเส้นถนน เรามองหาและลอกเลี่ยนแบบแอพทำนองคล้าย ๆ กันที่เคยมีมาก่อน เพื่อดัดแปลงให้เข้ากับแอพที่เราจะทำ...
ถ้าพูดถึง Elon Musk เรามักนึกถึงผู้ชายที่สร้างนวัตกรรมเปลี่ยนโลกได้สำเร็จ แต่จริง ๆ แล้ว Elon Musk ประสบกับความล้มเหลวมากกว่าความสำเร็จเสียอีก แต่ความล้มเหลวนี้ล่ะที่ผลักดันให้ชายคนี้เดินหน้าสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นจริงได้ หลายคนน่าจะเคยได้ยินเรื่องราวธุรกิจชื่อดังที่ Elon Musk อยู่เบื้องหลังไม่ว่าจะเป็น Paypal (ระบบการโอนเงินบนอินเทอร์เน็ต) SpaceX (โครงการสร้างจรวดเพื่อส่งมนุษย์ไปตั้งอาณานิคมบนดาวอังคาร) หรือ Tesla (รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าในราคาที่ทุกคนเอื้อมถึง เพื่อหยุดการใช้พลังงานฟอสซิล) แต่สิ่งที่เราไม่เคยได้ยินเลย คือ แนวทางที่ Musk ใช้สร้างนวัตกรรม สิ่งสำคัญ คือ การตั้งพื้นฐานอยู่บนความล้มเหลวและผลตอบรับ (Feedback) ในทางฟิสิกเราเริ่มจากกฎมูลฐาน ในทางคณิตศาสตร์เราเริ่มจากสัจพจน์ และในทางปรัชญาเราเริ่มจากการสมมติ การสร้างนวัตกรรมแท้จริง เริ่มจากความจริงพื้นฐานและเหตุผล แล้วค่อยไต่ระดับขึ้นไปเรื่อย ๆ โดยเริ่มต้นจากศูนย์ ทำการทดลอง ล้มเหลว กลั่นกรอง...
เรื่องราวของ Uber ที่ปรากฏให้เราเห็นในสื่อล้วนเต็มไปด้วยความขัดแย้ง และข้อพิพาทต่าง ๆ ไม่เว้นแม้แต่ในเมืองไทย แต่หากเรามองข้ามประเด็นเหล่านั้นก็ชวนให้ทึ่งได้เหมือนกันกับความสำเร็จที่ Uber แสดงให้พวกเราได้ประจักษ์ ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมขนส่งไปอย่างสิ้นเชิง การเติบโตแบบก้าวกระโดด การไม่ยอมแพ้ต่อขนบเดิม ๆ และการกลายเป็นสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกภายในระยะเวลาเพียง 6 ปี ปัจจุบัน Uber เปิดให้บริการใน 67 ประเทศทั่วโลก และเป็นสตาร์ทอัพที่มีมูลค่า 6-7 หมื่นล้านเหรียญ เบื้องหลังความสำเร็จของ Uber มาจากชายที่ชื่อ Travis Kalanick ซึ่งเป็นทั้งผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO และผู้ร่วมก่อตั้งอีกคนอย่าง Garrett Camp ในบทความนี้ผมขอเน้นเรื่องราวของ Travis Kalanick และการก่อตั้ง Uber ตั้งแต่ต้นจวบจนปัจจุบัน ฉายแววผู้ประกอบการตั้งแต่เด็ก Travis Cordell Kalanick เกิดวันที่ 26 สิงหาคม 1976...
Sundar Pichai ได้ถูกแต่งตั้งให้เป็น CEO ของ Google เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2015 เด็กหนุ่มอินเดียกับเรื่องราวชีวิตอันน่าเหลือเชื่อจากคนยากจนกลายเป็นมหาเศรษฐี โดย Pichai ได้รับหุ้นของบริษัทประมาณ 183 ล้านเหรียญ อ้างอิงจากสื่อชั้นนำอย่าง Bloomberg ได้รายงานว่า การได้รับหุ้นของ Pichai ในครั้งนี้ ถือได้ว่าสูงที่สุดเท่าที่ Google เคยจ่ายมาให้กับผู้บริหารมา แม้ว่า Larry Page จะยังคงเป็น CEO ของ Alphabet (บริษัทตั้งใหม่และเป็นบริษัทแม่ของ Google) แต่ Pichai ก็มีบทบาทอันสุดเหลือเชื่อในการทำให้ Core หลักและกระแสเงินสดของธุรกิจนั้นแข็งแกร่ง คำถามที่หลาย ๆ คนคิด คือ Sundar Pichai คือใคร และทำอย่างไรหนุ่มอินเดียรายนี้จึงสามารถไต่เต้าเข้ามารับตำแหน่งที่สำคัญที่สุดของโคตรบริษัทระดับโลกอย่าง Google...
ผมเคยพูดถึง "Uber for X" ไปในบทความ วิธีเริ่มต้นสตาร์ทอัพสาย Sharing Economy และเมื่อเร็ว ๆ มีข่าวเกี่ยวกับสตาร์ทอัพตัวหนึ่งที่ได้รับเงินลงทุนไป 9 ล้านเหรียญ ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็น "Uber for Gas" ไม่ต้องเดาเลยครับว่าเกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิง ชื่อของมันคือ Booster Fuels ผมของเรียกสั้น ๆ ว่า Booster ในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักสตาร์ทอัพตัวนี้กันครับ Booster ยังไม่ถึงขั้นธุรกิจ Sharing Economy (เพราะฝั่ง Supply ยังมีให้บริการแบบจำกัด และคนขับจำเป็นรับการฝึกอบรบที่เข้มงวด) แต่เป็นธุรกิจให้บริการเติมน้ำมันรถแบบ On-demand ผู้ใช้เพียงแค่ลงแอพ ใส่ข้อมูลเกี่ยวกับตัวรถ ระบุตำแหน่งที่รถจอดอยู่ เปิดครอบฝาถังน้ำมันทิ้งไว้ ภายใน 1 ชั่วโมงก็จะมีรถของ...
Ebook Ebook Airbnb Entrepreneur for Beginner อีบุ๊ค ผู้ประกอบการ Airbnb มือใหม่ สร้างรายได้จากการให้เช่าที่พัก

About Me

108 POSTS0 COMMENTS

Popular Articles