Airbnb ปี 2018 ได้เวลา Host และ Guest ต้องขยับตัว

หลังจากที่ห่างหายไปนานสำหรับบทความเกี่ยวกับ Airbnb ผมได้มีโอกาสกลับมาเขียนบทความอีกครั้ง หลายคนอาจจะรู้แล้วว่าในปี 2018 นี้ Airbnb ได้มีการปรับเปลี่ยนอะไรบ้างจากเพื่อน ๆ ในกลุ่ม Airbnb Host Thailand ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะ Airbnb Plus ซึ่งถือว่าเป็น Highlight ที่ Airbnb หยิบยกขึ้นมาพูด เพื่อยกระดับการเดินทาง และพักผ่อนที่ Premium มากขึ้น

ดังนั้นในบทความนี้ผมขอหยิบนำข้อมูลต่าง ๆ มาเรียบเรียงอีกครั้งถึงความเปลี่ยนที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับ Airbnb ในปี 2018 นี้ครับ

Airbnb เริ่มเป็นมากกว่าแพลตฟอร์มจองที่พัก

ย้อนกลับไปในปี 2017 Airbnb ได้เปิดบริการใหม่ เพิ่มอีก 2 ตัว คือ Airbnb Experience (จองทริปเที่ยว หรือประสบการณ์อะไรก็ได้จากคนในท้องถิ่น) และ Airbnb Restaurants (จองร้านอาหาร ปัจจุบันยังจำกัดเฉพาะร้านอาหารในประเทศอเมริกา)

บริการต่าง ๆ นี้ล้วนมาจากการเก็บข้อมูล และ Feedback จากผู้ใช้ ซึ่งส่วนตัวผมคิดว่าข้อมูลต่าง ๆ ที่ Airbnb นำมาเพิ่ม บริการนั้นน่าจะมาจากเจ้า City Guidebook ที่ Host หรือเจ้าของที่พักปล่อยเช่า จะเป็นคนลิสต์รายการสถานที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ท่องเที่ยว ร้านกาแฟ ร้านอาหาร สถานที่ช็อปปิ้ง และอีกหลายสถานที่ในท้องถิ่นนั้น ๆ

เลยทำให้อดคิดไม่ได้ว่า Airbnb นั้นจะกลายเป็น Booking platform for X หรือพูดง่าย ๆ คือ แพลตฟอร์มที่จองอะไรก็ได้ในบริบทที่ยังเกี่ยวข้องกับด้านการท่องเที่ยว การพักผ่อน และอาจรวมไปถึงการเดินทางในอนาคต อย่าง Airbnb Restaurants ที่เริ่มต้นใน USA เป็นการทดสอบความพร้อมของการจองร้านอาหารในแบบฉบับของ Airbnb ก่อนที่จะขยายบริการนี้ไปยังประเทศอื่น ๆ ที่มีศักยภาพ

กลับมาที่ Airbnb Experience ปี 2018 เห็นจะเป็นปีที่ Airbnb เริ่มขยับขยาย โดยในช่วงแรก Airbnb เน้นที่กรุงเทพเป็นหลัก เพื่อทดสอบความเป็นไปได้ในประเทศไทย ก่อนจะขยายบริการมาที่เชียงใหม่ ปัจจุบันเราสามารถเพิ่มรายการ Airbnb Experience ในจังหวัดเชียงใหม่ได้แล้ว

อย่างไรก็ตามในปี 2018 สิ่งที่สังเกตได้ชัด ไม่ใช่การขยายธุรกิจ Airbnb Experience และ Airbnb Restaurants แต่เป็นการยกระดับของ Airbnb Homes เพื่อรองรับความต้องการทางฝั่งนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น โดยการเพิ่มความเป็น Premium เข้าไปอย่าง Airbnb Plus และ Beyond by Airbnb มองอีกมุมหนึ่ง คือ การสร้างฐานที่พักแบบ Premium เพื่อจับกลุ่มนักท่องเท่ียวที่มีกำลังซื้อ และความคาดหวังสูงขึ้น ช่วยให้ธุรกิจ Airbnb มีรายได้เพิ่มขึ้นจากทรัพยากรเดิมที่มีอยู่ จากการยกระดับในครั้งนี้

ความเปลี่ยนแปลงของ Airbnb ปี 2018

สิ่งที่ Airbnb ประกาศไว้ว่าจะเพิ่มเข้ามา มี 4 อย่างหลัก ได้แก่ ประเภทที่พักใหม่, Airbnb Collections, ระดับที่พักใหม่ และการรับรู้ของชุมชน

Airbnb ปี 2018 ได้เวลา Host และ Guest ต้องขยับตัว

1. ประเภทที่พักใหม่

หากใครเคยซื้อ Ebook ฉบับปี 2017 ของผมไปจะทราบว่า การลงที่พักบน Airbnb จะมีให้เลือกอยู่ 3 ประเภทหลัก ได้แก่

  • Shared space (ห้องรวม)
  • Private room (ห้องส่วนตัว)
  • Entire home (บ้านทั้งหลัง)

แน่นอนว่าที่พัก 3 ประเภทหลักนี้ยังคงอยู่ แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามา คือ ประเภทที่พักแบบอื่น ๆ ที่ Airbnb เพิ่มเข้ามาเพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่หลากหลายขึ้น ใครที่เป็น Host Airbnb ยุคแรก ๆ จะถูกกระตุ้นให้อัพเดทประเภทที่พักใหม่ ดังนี้

  • Apartment: Condominium, loft, serviced apartment
  • House: Townhouse, cabin, dome house, bungalow
  • Secondary unit: Guesthouse, guest suite
  • Unique space: Tipi, castle, island, boat, treehouse, yurt
  • Bed and breakfast: Farm stay, nature lodge
  • Boutique hotel: Aparthotel, hostel, resort, serviced apartment

Airbnb ปี 2018 ได้เวลา Host และ Guest ต้องขยับตัว

เหตุผลที่ Airbnb เพิ่มประเภทที่พักใหม่เข้ามา ก็เพื่อช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถค้นหาที่พักประเภทต่าง ๆ ได้แม่นยำขึ้น ยกตัวอย่าง เช่น ประเภทที่พักที่เป็นเอกลักษณ์ (Unique) เช่น กระโจม เรือ รถบ้าน ปราสาท บ้านต้นไม้ หากเราลองนึกถึงประเภทที่พัก 3 ประเภทดั้งเดิม อาจจะกว้างเกินไปทำให้การค้นหาทำได้ยาก (อาจจะต้องค้นหาจากชื่อที่พัก ซึ่งได้ผลลัพธ์ไม่ครบถ้วนแน่นอน)

สำหรับการค้นหาที่พักเหล่านี้ นักท่องเที่ยวสามารถใช้ตัวกรอง (Filters) ในหน้าค้นหาที่พัก โดยติ๊กเลือกประเภทที่พักที่ต้องการได้โดยสะดวก

2. Airbnb Collections

อีกสิ่งหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาในเว็บไซต์หน้าแรกของ Airbnb คือ Airbnb Collections หรือการรวมรวมที่พักที่ Match เข้ากับธีมการท่องเที่ยวของนักเดินทาง ปัจจุบันมี Airbnb Collections ให้เลือก 2 แบบ คือ Homes for Families กับ Home for Work Trips ในอนาคต Airbnb ตั้งใจจะเพิ่ม Collections อีกหลายธีมได้แก่

  • Honeymoon
  • Wedding
  • Social stays
  • Dinner party
  • One-of-a-kind
  • Group party

การเพิ่มธีมเหล่านี้ อำนวยความสะดวกให้กับนักเดินทางที่ต้องการหาที่พักที่ตรงกับความต้องการได้ง่ายขึ้น

 

Airbnb ปี 2018 ได้เวลา Host และ Guest ต้องขยับตัว

ยกตัวอย่างที่พักที่เข้าข่าย Homes for Families คือ เป็นที่พักแบบบ้านทั้งหลัง เคยได้คะแนน 5 ดาวจากนักเดินทางไปเป็นครอบครัว มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างห้องครัว และห้องนั่งเล่นพร้อมทีวี

สำหรับ Homes for Work Trip จะเป็นที่พักแบบบ้านทั้งหลัง หรือห้องส่วนตัวที่แขกสามารถเช็คอินได้ด้วยตนเอง, มีอินเทอร์เน็ตแบบ Wifi ให้ มีพื้นที่ทำงานที่เหมาะกับการใช้โน๊ตบุ๊ค และห้องนอนส่วนตัว เป็นต้น

3. การยกระดับที่พักใหม่

ความเปลี่ยนแปลงที่เป็น Highlight ของ Airbnb ปี 2018 คือ การยกระดับที่พัก (New Tier) เพื่อช่วยให้นักเดินทางสามารถแยกแยะที่พักแต่ละที่ได้ดียิ่งขึ้นว่าที่ไหนดี ที่ไหนดีกว่า และที่ไหนดีที่สุด ในด้านคุณภาพ และสิ่งอำนวยความสะดวก

หลายครั้งที่ การเลือกที่พักเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับนักท่องเที่ยว คล้ายกับการปาลูกดอก และหวังว่ามันจะเข้าเป้า สิ่งที่นักท่องเที่ยวเชื่อถือได้นั้น มีเพียงคำบรรยายที่พักที่ Host เขียนไว้ กับรีวิวของผู้ที่เคยไปพักที่พักนั้น ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าที่พักนั้นจะมีเครื่องชงกาแฟ อุปกรณ์เครื่องครัว หรือแม้กระทั่งอาหารที่เตรียมไว้

บางครั้งการเลือกที่พักที่มีราคาต่อคืนเท่ากัน กลับได้รับสิ่งที่คาดหวังแตกต่างกัน เช่น Host บางคนมีเพียงสบู่กับแชมพูเตรียมให้แขก ในขณะที่เตรียมของไว้อย่างดี รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มไว้ในตู้เย็น

การยกระดับที่พักใหม่อีก 2 ระดับ ช่วยให้นักเดินทางตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ในการค้นหาที่พักที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และให้ประสบการณ์ที่ดีกว่าการพักโรงแรมแบบทั่วไป

Airbnb Plus

ปัจจุบัน Airbnb Plus ได้เปิดให้บริการแล้ว โดยเน้นที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีรสนิยมหรู โดยที่พักที่ได้ตรา Plus จะเป็นที่พักที่ทางทีม Airbnb เข้าไปประเมิน และผ่านเกณฑ์การประเมินที่ Airbnb ลิสต์ไว้ ใครอยากทราบว่าที่พักต้องผ่านเกณฑ์อะไรบ้างดูได้ที่ลิงค์นี้เลยครับ https://www.airbnb.com/plus/host/requirements

Airbnb ปี 2018 ได้เวลา Host และ Guest ต้องขยับตัว

นอกจากที่พักต้องผ่านเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว ตัว Host เองก็ต้องผ่านเกณฑ์ต่อไปนี้ด้วยครับ

  • รักษาคะแนนเฉลี่ยไว้ที่ 4.8 ได้ในช่วงปีที่ผ่านมา
  • ยอมรับคำขอจองไป 95% ในช่วงปีที่ผ่านมา โดยรวมถึงการจองทันที
  • ไม่มีการยกเลิกการจองในช่วงปีที่ผ่านมา (ยกเว้นการยกเลิกการจองแบบไม่มีโทษ)

ที่พักไหนที่ผ่านการคัดเลือกให้เป็น Airbnb สามารถสังเกตได้จากเครื่องหมาย Plus Verified

Airbnb ปี 2018 ได้เวลา Host และ Guest ต้องขยับตัว

แน่นอนว่าคนที่ได้รับประโยชน์จาก Airbnb Plus คือ ทางฝั่งนักท่องเที่ยว และคนที่ลังเลอยู่ว่าจะเลือกพักโรงแรม หรือ Airbnb ดี โดยราคาก็มีตั้งแต่ไม่กี่พันบาทไปจนถึงหลักหมื่น พร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ผ่านเกณฑ์ของ Airbnb

ที่พัก Airbnb Plus สามารถเป็นได้ทั้งห้องพัก 1 ห้อง หรือบ้านทั้งหลัง แต่สิ่งที่ Airbnb เน้นยำ คือ ประสบการณ์การพักผ่อนที่เป็นเอกลักษณ์ สไตล์การออกแบบที่ไม่เหมือนใคร และสื่อได้ถึงตัวตนของเจ้าของที่พัก ทั้งหมดก็เพื่อให้แขกได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด และไม่เหมือนใคร

Beyond by Airbnb

อีกหนึ่งการยกระดับที่พักของ Airbnb คือ Beyond by Airbnb ซึ่งจะเริ่มปล่อยในช่วงฤดูใบไม้ผลิ 2018 โดย Beyond by Airbnb จะเป็นตัวเลือกขั้นสูงสุดสำหรับนักเดินทางที่นิยมความหรูหรา

โดยนักเดินทางสามารถจองแมนชัน วิลล่า และประสบการณ์การพักผ่อนที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งโรงแรมอย่าง The Ritz-Carlton หรือ Waldorf Astoria อาจจะดูด้อยไปเลย เมื่อนำมาเทียบกับ Beyond by Airbnb อย่างที่เราทราบกัน คือ Airbnb ได้ซื้อธุรกิจ Luxury Retreats ซึ่งมีอสังหาหรูหราระดับโลกอยู่ในพอร์ตกว่า 4,000 แห่ง พร้อมพนักงานต้อนรับตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน

4. การรับรู้ของชุมชน

สิ่งสำคัญสำหรับแพลตฟอร์ม Airbnb คือ ชุมชนของผู้ใช้ไม่ว่าจะเป็น Host หรือ Guest ทุกคนที่ส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม หลังจากที่เคยยกระดับ Host ทั่วไปให้กลายเป็น Superhost มาแล้ว ในปีนี้ Airbnb เน้นความเท่าเทียมกับ พวกเขาออกโปรแกรมใหม่อย่าง Superguest เพื่อยกระดับแขกไปสู่แนวทางเดียวกันกับที่เคยทำฝั่ง Host

Airbnb ปี 2018 ได้เวลา Host และ Guest ต้องขยับตัว

จองที่พักกับ Superhost

แม้ว่าคุณจะไม่ได้จองที่พัก Airbnb Plus แต่ก็เป็นโอกาสดีที่คุณจะเลือกพักกับคนที่เป็น Superhost ซึ่งผ่านเกณฑ์ต่าง ๆ ดังนี้

  • มีการจองที่พักสำเร็จอย่างน้อย 10 ครั้งต่อปี
  • คงอัตรารีวิว 50% หรือสูงกว่านั้น
  • คงอัตราตอบกลับ 90% หรือสูงกว่านั้น
  • ไม่มีการยกเลิก ยกเว้นจะมีการละเว้นภายใต้นโยบายเหตุสุดวิสัย
  • ได้รับรีวิว 5 ดาวอย่างน้อย 80% จากทุกครั้ง

ปัจจุบัน Airbnb มี Superhost กว่า 400,000 คน และกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ คุณภาพของโฮสต์หนึ่งในปัจจัยที่บ่งบอกว่าแขกจะได้รับประสบการณ์การพักผ่อนที่ดีหรือไม่ดี ดังนั้นหากเป็นไปได้ Airbnb แนะนำให้เลือกพักกับ Superhost โดยปัจจุบันนักเดินทางสามารถเลือกที่พักที่มี Superhost เป็นเจ้าของได้โดยตรง ผ่านตัวกรองในหน้าค้นหา

คุณสามารถกลายเป็น Superguest ได้เช่นกัน

สิ่งหนึ่งที่ Airbnb ถูกคอมเพลนมากที่สุด คือ การไม่มีโปรแกรมที่สร้างความภัคดีทางฝั่งนักเดินทาง ดังนั้นทาง Airbnb จึงได้พัฒนาโปรแกรม Superguest ขึ้นมา และปล่อยไปในช่วงฤดูร้อน ปี 2018 ซึ่งมี Superguest 100,000 คนได้รับคัดเลือก เพื่อทดสอบโปรแกรมนี้แล้ว

Airbnb ปี 2018 ได้เวลา Host และ Guest ต้องขยับตัว

ในขณะที่ Airbnb พยายามรักษาภาพลักษณ์ว่าตัวเองไม่ใช่โรงแรม แต่เป็นที่พักแบบแคชวล ดังนั้นรางวัลสำหรับ Superguest อาจไม่ได้เหมือนกับโปรแกรมที่สร้างความภัคดีแบบที่โรงแรมไฮแอทใช้ คือ การนำ Point ไปแลกการพักโรงแรมได้ฟรี แต่เป็นการย่างก้าวที่ถูกต้องในการพัฒนาชุมชนฝั่งนักเดินทาง

ในขณะนี้ Airbnb ยังคงอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล เพื่อรับข้อเสนอแนะสำหรับสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการจากโปรแกรม Superguest ดังนั้นหากคุณมีไอเดียดี ๆ อย่าลืมส่งไปบอกทางให้ทาง Airbnb ได้รับรู้

บทสรุป

Airbnb ยังคงเป็น Airbnb อยู่ดี คือ ธุรกิจที่ยึดมั่นในรากฐานของตนเอง คือ การนำเสนอประสบการณ์การเดินทางที่เราไม่สามารถหาได้จากการพักโรงแรมทั่วไป การเพิ่มสิ่งใหม่เข้าไปในปี 2018 นี้ เป็นการเพิ่มความคาดหวังที่ช่วยให้นักเดินทางผู้โปรดปราน Airbnb สามารถเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตนเอง และประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์มากขึ้น และหรูหรามากขึ้นด้วย ในแต่ละครั้งที่คุณไปพักกับ Airbnb ในปี 2018 นี่คือการทำให้ 10 ปีถัดไปสำหรับ Airbnb น่าจดจำมากขึ้นกว่า 10 ปีแรกของพวกเขา

Comments

comments